ม.ราชภัฏกำแพงเพชร จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อออกแบบและแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรียานุช พรหมภาสิต อธิการบดี พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชญาดา กลิ่นจันทร์ รองอธิการบดี นางสาวปราณี แผนดี
เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรียานุช พรหมภาสิต อธิการบดี พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชญาดา กลิ่นจันทร์ รองอธิการบดี นางสาวปราณี แผนดี รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองพัฒนานักศึกษา นำนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร จำนวน 54 คน เข้าศึกษาดูงานศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ จังหวัดตาก และร่วมกิจกรรมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อออกแบบและแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม ระหว่างวันที่ 4 – 6 มกราคม 2568
เมื่อเดินทางถึง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ จังหวัดตาก มีเจ้าหน้าที่จากศูนย์ให้การต้อนรับ และพาเยี่ยมอ่างเก็บน้ำแม่หินหลวงน้อย เป็นแหล่งน้ำสำหรับโครงการหลวงเลอตอ เพื่อส่งน้ำให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ จากนั้นเข้าชมแปลงตัวอย่างของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการกับโครงการหลวงเลอตอ และในภาคค่ำ เจ้าหน้าที่จากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ นำนักศึกษาลงพื้นที่พูดคุยกับชุมชน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ บ้านห้วยโป่ง และบ้านเลอตอ
สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้นำนักศึกษาในโครงการวิศวกรสังคม ได้ลงพื้นที่เพื่อฝึกการใช้เครื่องมือวิศวกรสังคม ซึ่งเป็นเครื่องมือในการพัฒนาทักษะแนวทางให้นักศึกษาใน 4 ทักษะ คือ นักคิด นักสื่อสาร นักประสาน นักสร้างนวัตกรรม ผ่านกระบวนการฝึกฝนด้วยเครื่องมือ 5 ชนิด คือ 1) ฟ้าประทาน 2) นาฬิกาชีวิต 3) ไทม์ไลน์พัฒนาการ 4) ไทม์ไลน์กระบวนการ และ 5) M.I.C. Model
“เลอตอ" ภาษากะเหรี่ยง หมายถึง หินสองก้อนใหญ่ซ้อนทับกันอยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้าน และเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้านเล็กๆ ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาสลับซับซ้อนอันห่างไกลใน ตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก และเป็นพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ระมาด โดยมูลนิธิโครงการหลวงเข้าไปช่วยเหลือจากการร้องขอของราษฎรในพื้นที่ โดยเริ่มดำเนินงานตามรูปแบบและแนวทางโครงการหลวงโมเดล (Royal Project Model) ซึ่งได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เพื่อแก้ปัญหาการปลูกฝิ่น ความยากจน รวมทั้งการเพิ่มพื้นที่สีเขียว
ภารกิจด้านการสร้างอาชีพทดแทน เริ่มต้นด้วยการศึกษาวิจัยการเจริญเติบโตของพืชต่าง ๆ เพื่อคัดเลือกพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และส่งเสริมการผลิตพืชปลอดภัยเป็นทางเลือกแก่เกษตรกร จากจุดเล็ก ๆ เพื่อเป็นตัวอย่าง เกษตรเริ่มแรกเพียง 10 ราย จึงขยายออกไปปัจจุบันนี้มีจำนวนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 130 ราย
ปัจจุบัน ที่นี่ได้กลายเป็นที่ตั้งของ “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ” ลำดับที่ 39 ของมูลนิธิโครงการหลวง ก่อตั้งขึ้นในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และถือเป็นโครงการหลวงลำดับแรกในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่ทรงมีพระราชปณิธานในการสืบสานแนวพระราชดำริ ในหลวงรัชกาลที่ 9
เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรียานุช พรหมภาสิต อธิการบดี พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชญาดา กลิ่นจันทร์ รองอธิการบดี นางสาวปราณี แผนดี รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองพัฒนานักศึกษา นำนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร จำนวน 54 คน เข้าศึกษาดูงานศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ จังหวัดตาก และร่วมกิจกรรมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อออกแบบและแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม ระหว่างวันที่ 4 – 6 มกราคม 2568
เมื่อเดินทางถึง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ จังหวัดตาก มีเจ้าหน้าที่จากศูนย์ให้การต้อนรับ และพาเยี่ยมอ่างเก็บน้ำแม่หินหลวงน้อย เป็นแหล่งน้ำสำหรับโครงการหลวงเลอตอ เพื่อส่งน้ำให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ จากนั้นเข้าชมแปลงตัวอย่างของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการกับโครงการหลวงเลอตอ และในภาคค่ำ เจ้าหน้าที่จากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ นำนักศึกษาลงพื้นที่พูดคุยกับชุมชน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ บ้านห้วยโป่ง และบ้านเลอตอ
สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้นำนักศึกษาในโครงการวิศวกรสังคม ได้ลงพื้นที่เพื่อฝึกการใช้เครื่องมือวิศวกรสังคม ซึ่งเป็นเครื่องมือในการพัฒนาทักษะแนวทางให้นักศึกษาใน 4 ทักษะ คือ นักคิด นักสื่อสาร นักประสาน นักสร้างนวัตกรรม ผ่านกระบวนการฝึกฝนด้วยเครื่องมือ 5 ชนิด คือ 1) ฟ้าประทาน 2) นาฬิกาชีวิต 3) ไทม์ไลน์พัฒนาการ 4) ไทม์ไลน์กระบวนการ และ 5) M.I.C. Model
“เลอตอ" ภาษากะเหรี่ยง หมายถึง หินสองก้อนใหญ่ซ้อนทับกันอยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้าน และเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้านเล็กๆ ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาสลับซับซ้อนอันห่างไกลใน ตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก และเป็นพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ระมาด โดยมูลนิธิโครงการหลวงเข้าไปช่วยเหลือจากการร้องขอของราษฎรในพื้นที่ โดยเริ่มดำเนินงานตามรูปแบบและแนวทางโครงการหลวงโมเดล (Royal Project Model) ซึ่งได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เพื่อแก้ปัญหาการปลูกฝิ่น ความยากจน รวมทั้งการเพิ่มพื้นที่สีเขียว
ภารกิจด้านการสร้างอาชีพทดแทน เริ่มต้นด้วยการศึกษาวิจัยการเจริญเติบโตของพืชต่าง ๆ เพื่อคัดเลือกพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และส่งเสริมการผลิตพืชปลอดภัยเป็นทางเลือกแก่เกษตรกร จากจุดเล็ก ๆ เพื่อเป็นตัวอย่าง เกษตรเริ่มแรกเพียง 10 ราย จึงขยายออกไปปัจจุบันนี้มีจำนวนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 130 ราย
ปัจจุบัน ที่นี่ได้กลายเป็นที่ตั้งของ “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ” ลำดับที่ 39 ของมูลนิธิโครงการหลวง ก่อตั้งขึ้นในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และถือเป็นโครงการหลวงลำดับแรกในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่ทรงมีพระราชปณิธานในการสืบสานแนวพระราชดำริ ในหลวงรัชกาลที่ 9